A A A

 ข้อเปรียบเทียบระหว่าง  Steamsavers and Seamtraps

Steamsavers

Steamtraps
 1.ไม่ใช้กลไกใดๆเคลื่อนไหวในการทำงาน ใช้ Nozzle orifices แยกน้ำร้อน(คอนเดนเสท)  ออกจากไอน้ำต่อเนื่องตลอดเวลาโดยไม่มีไอรั่ว ไม่ต้องเปลี่ยนอะไหล่และซ่อมบำรุงทั้งสิ้น 1.ใช้กลไกต่างๆบังคับการทำงานเปิดๆปิดๆ เมื่อเปิด 1 ครั้งมีทั้งไอน้ำและคอนเดนเสท  รั่วออกมาพร้อมๆกัน50/50% จึงเปลืองพลังงานและทำให้อุณหภูมิในการผลิตแกว่งขึ้น  ลงตลอดเวลา เพราะไม่สามารถแยกน้ำออกจากไอ  จึงระบายคอนเดนเสทไม่หมด   สตีมแทรปเสียบ่อยมาก เป็นสนิม ผุทะลุ ต้องซ่อมเปลี่ยนใหม่เสมอ

2.ใช้งานปริมาณคอนเดนเสทเปลี่ยนแปลงขึ้น-ลงตลอดเวลาได้100%โดย Orfice nozzles ที่ออกแบบมาพิเศษซึ่งมีให้เลือกใข้งานกว่า30แบบ30ขนาดทำให้แยกน้ำร้อนออกจากไอ ได้ 0.5ลิตร-ล้านๆตัน/ชม.ไม่จำกัดปริมาณ. ลงทุนและคืนทุนได้เฉลี่ยไม่เกิน 3 เดือน. ไม่จำกัดปริมาณ.


2.
ไม่สามารถใช้งานปริมาณคอนเดนเสทเปลี่ยนแปลงได้สมบูรณ์ทางแก้คือต้องมีขนาด  3/8"-8" ราคาจึงแพงมากเช่น ขนาด 2 1/2" ระบายคอนเดนเสทได้ไม่เกิน  2.5ตัน/ชม.     
3.ใช้แรงดันได้ .5บาร์-50-800 บาร์ ทนอุณหภูมิได้1800 ซ จึงมีอายุการใช้งานกว่า30ปี  ไม่เกิดสนิม ประหยัดเชื้อเพลิงหม้อไอน้ำได้5-30%%/ชม.ประหยัด8อนเดนเสทได้98-99%                         
ส่งคอนเดนเสท (Condensate latent heat recovery return)ได้โดยอัตโนมัติไม่ต้องใช้ปั๊มคอนเดนเสทใดๆทั้งสิ้น ไม่ต้องใช้ By pass valves,Check valves,Seperators,Airvents.                        Flash tanks.ส่งคอนแดนเสทกลับได้สูง8-10ม.ส่งได้ไกลไม่จำกัดระยะทางโดยใช้ท่อเท่านั้น.                    
   
3.เป็นตัวทำให้เกิดปัญหาในระบบไอน้ำทั้ง 12 ข้อ  ส่งคอนเดนเสทกลับไม่ได้ต้องใช้  ปั๊มคอนเดนเสท ทำให้เกิด Carry over ระบบไอน้ำผุกร่อนจากออกซิเจนอย่างรวดเร็ว.      
 4.ป้องกันแรงดันไอน้ำตก(Pressure drops)ควบคุมอุณหภูมิในการผลิตให้คงที่สูง. 4.ต้องใช้ By pass valves,Check valves,Seperators,Air vents, Flash tanks, Condensate pumps เปลืองพื้นที่ แรงงาน เวลา ลงทุนแล้วมีแต่สูญเสียไม่มีการคืนทุน 


5.
เป็นสาเหตุให้แรงดันไอน้ำตกและไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิในการผลิตให้คงที่ได้.   
ปัญหาในระบบไอน้ำ

1.Steamleaks จากสตีมแทรปและ By pass valves    7.Pressure drops แรงดันไอน้ำตกจากสตีมแทรปและ  By pass valves.        ดันไอน้ำตก    จากสตีมแทรปและBy pass valves รั่วมาก.    รปและBy pass valves ที่รั่ว.
2.Hammering คอนเดนเสทกระแทกในท่อจ่ายไอน้ำ        กระแทกในท่อจ่ายไอน้ำ    ท่อจ่ายไอน้ำ            8.Back pressure คอนเดนเสทกระแทกกลับจากไอน้ำและแฟลชสตีมที่รั่วออกไปมาก เข้าสู่Feed reservoirs ซึ่งรั่วมาจากสตีมแทรปและBY pass valves
3.Fluctuate temps ไม่สามารถรักษาอุณหภูมิในการผลิตให้คงที่ได้       9.Friction lost แรงเสียดทานจากคอนเดนเสทและแกสต่างๆที่หนักกว่าไอน้ำเมื่อระบาย ออกไปช้ากว่าความเร็วในการกลั่นตัวย่อมทำให้ความเร็วของไอน้ำตกลงด้วย.
4.Carry over อนุภาคสารแขวนลอยต่างๆเช่น ออกซิเจน ปะปนอยู่ในระบบไอน้ำ           10.Air locks แกสต่างๆถูกผลักดันออกไปช้าจากระบบไอน้ำทำให้แรงดันไอน้ำตก,เกิด. การกระแทกในท่อจ่ายไอจากทั้งน้ำและไอน้ำ,เกิด Carry ovres ไดอีกข้อหนึ่งด้วย.
5.Erosions & Oxgen Corrosives การกัดกร่อนเกิดสนิมในระบบไอน้ำจาก ออกซิเจน                       11.Lost of Condensate volume return สคตีมแทรปและ By pass valves ที่รั่วทุกขณะ ย่อมสูญเสียปริมาณคอนเดนเสทกลับไปใช้งาน.
6. Thermal shocks ไอน้ำอุณหภูมิสูงรั่วออกจากสตีมแทรปและ By pass valves ปริมาณสูง  กระทบกับFeed water make-up ที่อุณหภูมิต่ำกว่า(ร้อนกระทบเย็นในทันที)ในถังคอนเดนเสท             ทำให้เกิดระเบิดใน Feed reservoirs ได้ทันที เช่น ร.พ.รามาธิบบดี,ฯลฯ. 12.Slowly processing start-up คอนเดนเสทย่อมมีอุณหภถูมิต่ำกว่าไอน้ำดังนั้นเมื่อ ขังอยู่ในระบบไอน้ำทำให้อุณหภูมิในการเดินเครื่องจักรช้าลงไปด้วย.