A A A
เรื่อง อุปกรณ์ Steamsaver คืออะไร,ใช้งานเมื่อปริมาณคอนเดนเสทเปลี่ยนแปลงขึ้นๆลงๆตลอดเวลา100%ได้อย่างไร.

1. Steamsaver  คืออุปกรณ์ที่ค้นคว้า วิจัย และผลิตขึ้นมาได้ประมาณ 40 ปี
สำหรับใช้เปลี่ยนแทน สตีมแทรป และ Airtraps and Auto drains
ที่เรา ใช้กัน มา 200 กว่า แล้ว ได้ทุกชนิด-ทุกขนาด โดยเฉพาะ ,เป็นระบบOrifice แบบ Venturi nozzle มีรู Orifices แบบและขนาดต่างๆ 40 กว่าแบบ ให้เลือกจะใช้รู Nozzles ขนาดใดนั้นเป็นหน้าที่ ของผู้ขายเท่านั้น, ปราศจากกลไกเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น จึงไม่ต้องการๆซ่อมบำรุงและ เปลี่ยน อะไหล่ใดๆ (Total Free Maintenance & without Moving parts) อายุการใช้งาน 30-50 ปี ,ไม่ เกิดสนิม, ประหยัดเชื้อเพลิงหม้อไอน้ำได้ 5-30%/ชม.ขึ้น ประหยัดคอนเดนเสทได้ 95-98%/ชม. ส่งคอนเดนเสทกลับโดยใช้ท่อเท่านั้น ส่งได้สูง 3-10 เมตร ระยะทางราบไกลไม่จำกัด, ใช้งานได้ตั้งแต่ 1-339 บาร์, ทนอุณหภูมิได้ 1,800 C  มี 3 ขนาดคือ ขนาด ? ?”,3/4” และ 1” มีทั้งแบบเกลียวและ เชื่อม  ใช้แยกคอนเดนเสท(พลังงานอุณหภูมิต่ำที่ไม่ต้องการให้อยู่ในระบบไอน้ำ) ได้ตั้งแต่ 1 ลิตร-ล้านๆตัน/ชม.ไม่มีขีดจำกัด, ติดตั้งได้ง่ายทุกลักษณะ ตรง เอียง-คว่ำ-ดิ่ง-หงาย, น้ำหนักเบา-ประหยัดเนื้อที่ ขนาดเท่าฝ่ามือ,ไม่ต้องใช้ By pass valves, Check valve, Steam separators, Air vents, Omega, Condensate pumps ทุกชนิด , แก้ไขปัญหาในกระบวนการใช้ไอน้ำที่แก้ไม่ได้ทั้ง 12 ข้อที่ส่งมานี้ , คืนทุนได้ ไม่เกิน 1.6 ปี หากใช้ แทน สตีมแทรปขนาด ?3/4”และมีจำนวนมาก ขึ้น จะคืนทุนเร็วขึ้น ,ปราศจากผลกระทบข้างเคียงใดๆทั้งสิ้น,ใช้ Steamsaver แล้วจะไม่มีคอนเดนเสทค้างขังในระบบไอน้ำเลยทำให้อุณหภูมิในการผลิตนิ่งคงที่มากหรือ Plants นิ่งได้  ซึ่ง สตีมแทรป ทุกชนิดมีผลตรงกันข้ามดังกล่าว   โปรดอ่านเอกสารเงื่อนไขการใช้งานที่ส่งมาพร้อมกันนี้.

2. ใช้งานเมื่อปริมาณคอนเดนเสทเปลี่ยนแปลงขึ้นๆลงๆ100%ตลอดเวลาได้อย่างไร:
ก่อนอื่นต้องสอนกันใหม่หมดว่าสัจจธรรมนั้น คือคอนเดนเสทไม่ได้เกิดเป็นจังหวะแต่เกิดอย่างต่อเนื่องรวดเร็วใกล้เคียงและสูงกว่าความเร็วเสียง(Supersonic condensation)ตลอดเวลาเมื่อเราเปิดไอน้ำเข้าสู่กระบวนการผลิตเช่นเดียวกับ สต๊าทรถย่อมมีควันทันที  พิสูจน์ได้แสนง่าย ให้ต่อท่อไอน้ำ 1 ท่อขนาด-แรงดันเท่าไรก็ได้ให้พ่นทิ้งไปแล้วใช้น้ำราดที่ท่อทันทีที่น้ำซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกระทบกับท่อร้อน ปลายท่อจะกลั่นตัวเป็นน้ำบางส่วนทันที หากต้องการให้เป็นน้ำเย็นก็ใช้กระสอบใส่น้ำแข็งหุ้มท่อไว้ปลายท่อจะไหลเป็นน้ำล้วนๆ ดังนั้นการใช้ สตีมแทรป ไปบังคับการทำงานระบายคอนเดนเสทที่เกิดต่อเนื่องรวดเร็วตลอดเวลาจึงเป็นเรื่องอันตรายและเข้าใจผิดมาก
เราต้องหาวิธีแยกคอนเดนเสทซึ่งเป็นพลังงานต่ำออกจากไอน้ำซึ่งเป็นพลังงานสูงให้ทัน=ความเร็วในการกลั่นตัว พลังงานสูงย่อมถ่ายเทสู่พลังงานต่ำเสมอจนกว่าอุณหภูมิเท่ากันแล้วจึงหยุดถ่ายเท จึงไม่ควรให้เกิดการทอนพลังงานในระบบไอน้ำ คอนเดน เสทเป็นอัตรายอย่างมากหาก อยู่ในระบบไอน้ำแต่มีประโยชน์เมื่ออยู่ภายนอก ระบบ สามารถนำกลับไปเข้า Feed Reservoirs ประหยัดค่าน้ำ Feed-make up และ ประหยัดความร้อนแฝง เติมน้ำร้อนเดือดเร็วกว่าเติมน้ำเย็น. ไอน้ำกลั่นตัวเป็นน้ำต่อเนื่องรวดเร็วจากเหตุธรรมชาติ 3 ประการ(หรือ1+1 ย่อม=2 ) คือ
1. Heat transfer 2. Heat lost 3. Friction lost การทำงานของ Steamsaver ตามภาพ เป็นอุปกรณ์ฟิสิกส์ที่ไม่ต้องใช้กลไกใดๆบังคับการทำงานเหมือนสตีมแทรป  สรุปเบื้องต้นมันใช้คอนเดนเสทไปกั้นLive steams ไว้ในรูNozzle ช่วงที่ 2 (Second stage ในรูป) เนื่องจากน้ำใน อุณหภูมิปกติมีความหนาแน่นประมาณ 700 กรัม/ลบฟ. ตามภาพสมมุติเป็น S/V ขนาด 1/2”ใช้งานแทนสตีมแทรปที่เครื่องจักรประเภท ถังต้ม-ถังกลั่น เป็น Batch ใช้เวลาเดินเครื่อง 1 ชม/ Batch  อุณหภูมิผลิตภัณฑ์อยู่ที่ปกติ หรือ T1=38 C  มีคอนเดนเสท 100%หรือ 100 ลิตร,T2เมื่อจบ 1 ชม.=100 C มีคอนเดนเสทให้เหลือ 5% หรือ 5 ลิตร ในช่วง 1-30 นาทีมีคอนเสท 100-50 % ความหนาแน่นของคอนเดนเสทอยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 กรม/ลบฟ. (จะลดหรือไม่ลดแรงดันไอน้ำจาก10บาร์ก็ตาม) แต่ที่10 บาร์ไอน้ำยังเบากว่าลม 10 เท่าจึงไม่สามารถดันทะลุคอนเดนเสท 4-5,000 กรัม รั่วออกไปได้อุณหภูมิคอนเดนเสทโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 80-93 C  ต่อมาถึงช่วงสุดท้ายของการผลิตนาทีที่45-60 ให้คอนเดนเสทเหลือเพียง 5 % ให้ไอน้ำยังอยู่ที่ 10 บาร์ ดังนั้นเมื่อปริมาณน้ำในรู nozzle ช่วง 2 นี้น้อยลงเหลือ 5% ไอก็ดันทะลุกำแพงน้ำรั่วไหลออกไปได้ประมาณ 2.2 ปอนด์/ 1ตันไอน้ำ/ชม. อุณหภูมิของคอนเดนเสทวัดได้เกิน 90-100 C เล็กน้อย แต่สตีมแทรปไม่ว่าแรงดันเท่าใดก็เกิน 95-100 กว่า C ตลอดเวลา  แต่อย่างไรก็ตามไม่มีเครื่องจักรใดๆที่จะใช้แรงดันไอจาก100%ลดเหลือ 5% แน่ หากมีเช่นนั้นเปิดไอ On-Off ไปเลยดีกว่าอย่างน้อยยังใช้ความร้อนแฝงของผลิตภัณฑ์ให้ความร้อนแก่ตัวมันเองได้เป็นการประหยัดไอได้  ดังนั้นสรุป Steamsavers จึงใช้งานในลักษณะปริมาณคอนเดนเสทเปลี่ยนแปลงรวดเร็วต่อเนื่องตลอดเวลาได้จาก1-100% ดังกล่าว.

แรงดันไอน้ำที่ 10 บาร์ อุณหภูมิ 182 C ความเร็วไอน้ำ (Velocity)ประมาณ730 กม./ชม.หรือ 1 เท่าเสียง คอนเดนเสทจะมีความหนาแน่นลงเหลือประมาณ 2-300 กรัม/ลบฟ. เพราะโมเลกุลขยายตัว  รู Nozzle ช่วง 2 นี้จะทำหน้าที่บีบอัด(รูนี้ไม่ใช้รูตรงๆแบบหลอดกาแฟแต่มีหลายขั้นตอนหรือ Multi stages ใน 1 รู) ให้คอนเดนเสทมีความหนาแน่นจาก2-300กรัม/ลบฟ. ขึ้นเป็น8,000-10,000 กว่ากรัม/ลบฟ.เหมือนกับอากาศที่ถูกอัดในกระบอกสูบรถยนต์ ในทางตรงข้ามไอน้ำที่10 บาร์จะไม่มีความหนาแน่น หรือมีน้ำหนักต่ำกว่า ศูนย์ ลงไป ประมาณ 10 เท่าคือเบากว่าลมปกติ 10 เท่า ดังนั้นคอนเดนเสทในช่วง 2 นี้จึงทำหน้าที่เหมือนกำแพงน้ำ กั้น(Sealing or Blocking) ไอน้ำไว้ไม่ให้รั่วไหลออกไปกับคอนเดนเสท อ ซึ่งตรงกันข้ามกับ สตีมแทรป เพราะแทรป เมื่อทำงานเปิด 1 ครั้งย่อมปล่อยทั้งคอนเดนเสทและ Live steams ออกไป 50/50%/ครั้งทดสอบได้จากอุณหภูมิที่ออกจากแทรปจะเกิน 90-100 C ขึ้นไป เมื่อเรามองลงไปใน Sight glass เพียงที่แรงดัน 1.1 บาร์=100C =จุดเดือด เราย่อมมองเห็นแต่น้ำวิ่งแต่เหนือผิวน้ำ คือ Live steams เราจะเห็นมันก็ต่อเมื่อมันรั่วออกมากระทบกับอุณหภูมิโดยรอบที่เย็นกว่ากลายเป็น แฟลชสตีม-ไอเปียก นั่นเอง.

3.การอุดตันและสึกหรอ: การไหลของ Fluid masses ทั้งหลายต้องไหลแบบอลวนปั่นป่วน(Turbulence flow) จึงถูกต้องเพราะป้องกันการอุดตันและให้ความร้อนแก่ผลิตภัณฑ์ทั่วถึงกว่าการไหลแบบราบเรียบเหมือนท่อน้ำประปา(Laminar Flow)
ที่อุดตันง่าย ท่านคงพบสตีมแทรป อุดตันต้องถอดล้างประจำใช่ไหม เพราะมันบังคับคอนเดนเสทให้ไหลแบบน้ำประปานั่นเอง
เนื่องจากสตีมแทรปใช้ Tubular orifices หรือ รูหลอดกาแฟ ซึ่งไม่เคยเปลี่ยนแบบหรือวิธีการาทำงานมาตลอด200กว่าปีแล้ว แต่ รู Nozzle ของ Steamsavers บังคับคอนเดนเสทไหลแบบ Turnbulence flow จึงไม่ปรากฏการอุดตันการไหลแบบนี้จะพบได้ใน Plate heat exchangers for Pasturized & Homoginized  เป็นต้น.  ส่วนอัตราการสึกหรอของ รู Nozzle steamsavers =เปิดก๊อกน้ำร้อนลงบนแผ่นสเตนเลส  ความเร็วของคอนเดนเสทไหลผ่านรู Nozzle จะลดลง 1 ใน 10 ของความเร็วเดินทางของไอน้ำ จึงไม่ปรากฏการสึกหรอตลอด 30 กว่าปี ที่ใช้งานมาในเมืองไทยและอัตรา% การประหยัดเชื้อเพลิงหม้อไอน้ำจากวันแรกที่ใช้งานตลอดจนปัญหาต่างๆที่แก้ไขได้ก็ยังปกติหลังจากที่ถอด สตีมแทรป ทิ้งไปหมดแล้ว.


4. การเดินท่อคอนเดนเสทกลับไปลง  Boiler s Feed Reservoirs
มีความสำคัญมาก สรุปหลักการเบื้องต้น ต้องเดินท่อให้ลดแรงเสียดทานมากที่สุด เดินเอียง 3 องศา Slope จากต้นทางไปถึงปลายทางลงถัง Reservoirs เดิน ให้เป็นแนวตรงมากที่สุด มุมเลี้ยวพยายามทำมุม 45 องศา
ต้อง “อั้น” ไอน้ำไว้ในระบบแต่ห้าม “อั้น” คอนเดนเสท สงสัยประการใดโปรดสอบถามทางบริษัทฯ.


ขอแสดงความนับถือ
ภัทรฐพนธ์  วัฒนผดุงเจริญ
 081)584-9807